ป้องกัน: True3G@QSNCC Super Fast!

กันยายน 30, 2010

เรื่องนี้มีรหัสผ่านป้องกัน เพื่อจะดูเรื่องนี้คุณต้องใส่รหัสผ่านด้านล่าง:

ป้องกัน: True3G@Bldg1EngChula

กันยายน 30, 2010

เรื่องนี้มีรหัสผ่านป้องกัน เพื่อจะดูเรื่องนี้คุณต้องใส่รหัสผ่านด้านล่าง:

ป้องกัน: Starbuck@J2

กันยายน 26, 2010

เรื่องนี้มีรหัสผ่านป้องกัน เพื่อจะดูเรื่องนี้คุณต้องใส่รหัสผ่านด้านล่าง:

ป้องกัน: Bangkok Hospital

กันยายน 26, 2010

เรื่องนี้มีรหัสผ่านป้องกัน เพื่อจะดูเรื่องนี้คุณต้องใส่รหัสผ่านด้านล่าง:

ปัญหาเรื่อง pages / posts / categories / tags

กันยายน 24, 2010

เซ็งเล็กน้อย เพราะความรู้ด้าน blog ต่ำติดดิน ใช้ WordPress ไม่เป็น และไม่อ่าน 555 (เหตุการณ์ปกติ)

พยายามทำแบบเว็บทั่วไป คือสร้าง pages ขึ้นมา ทำเป็น directory structure จะได้หาง่าย เป็นระเบียบ ฯลฯ กลายเป็นว่าไม่ถูกเรื่อง ต้องใช้ posts เพราะเป็นลักษณะพื้นฐานของ blog อย่าง WordPress คือคิดอะไรได้ก็ “ถุย” ลงไป แล้วค่อยไปจัดกันอีกที

การณ์กลายเป็นว่าการเปลี่ยนจาก pages เป็น posts นั้นเป็นเรื่องยุ่งยากมหาศาล ไม่มีทางทำได้ตรงๆ ง่ายๆ กดปุ่มกิ๊กๆ (กดกิ๊กง่ายกว่า) มีคนแนะนำมาเหมือนกัน ฟังแล้วขนหัวลุก เช่นให้เข้าไปแก้ใน script ฯลฯ

เลยสงสัยต้องมานั่งทำด้วยมือ copy-paste จาก page มาลง post ก็เห็นเขาว่า format จะเละ – -” ช่วยไม่ได้อ่าาาาา

ทำไมต้องทำล่า ก็เป็น pages ไว้ไม่ได้หรือ ประเด็นคือส่วนมากแล้วการค้นหา การจัดเนื้อความนั้น WordPress จะทำกับ post เป็นหลักครับ page จะเหมือนกับเป็น static information เป็นเนื้อความแห้งๆ มีพลวัตต่ำ…ไปโน่น

อีกอย่างคือ page นั้นต้องหาไปตามลำดับชั้นที่จัดไว้ แต่ถ้าเป็น post อันใหม่ๆ จะขึ้น “หน้าหนึ่ง” (front page) ไปเลย

ทีนี้มาเป็น post แล้วจะจัดโครงสร้างอย่างไร ก็ใช้ category มาช่วย คือสร้าง category ขึ้นมาแล้วก็เอา post นั้นๆ ไปสังกัดไว้ สามารถสร้างเป็นชั้นๆ ลงไปได้ แบบ table of content หรือสารบัญหนังสือ แต่อย่าสร้างเยอะ (เขาว่า) ถ้าเยอะ ให้เอา category ที่มี post เยอะๆ แตกไปทำอีก blog หนึ่งไปเลย คือเป็น blog สำหรับเรื่องนั้นๆ ไป (มีปุ่มให้กด “Export” อยู่ใต้เมนู Tools ทางซ้ายมือครับ แล้วก็ไปสร้าง blog ใหม่ขึ้นมาแล้วก็ไป Import เข้า – แต่ยังไม่เคยทำน่ะนะ เสี่ยงกันเอาเอง เละแล้วบอกด้วย)

มีอีกอย่างคือ tag คือคล้ายๆ บอกว่า post ของเราหน้านั้นๆ มี “คำสำคัญ” อะไรบ้าง เช่น “หมูหวาน” “ปะทะ” “ช้างม่อย” เป็นต้น (อย่าเอาตัวอย่างไป tag นะครับ เดี๋ยวคนเขาจะว่าบ้า)

แล้วมันต่างกันยังไง ระหว่าง cat กะ tag ฝรั่งเขาบอกไว้ว่า cat เหมือนแมว … เอ้ย! ม่ายช่ายยย cat เหมือน สารบัญด้านหน้าของหนังสือ ส่วน tag เหมือนดัชนีท้ายเล่ม ถ้าคุณหาของโดยไม่แน่ใจว่ามันหน้าตาอย่างไร ก็ใช้สารบัญ เพราะจะจัดลำดับความคิดเป็นระบบ เป็นบท เป็นเรื่อง แต่ถ้าคุณรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้นและต้องการหาเนื้อความที่เกี่ยวข้อง ก็ใช้คำสำคัญ (tag) ไปค้นในดัชนีท้ายเล่มที่จะเรียงลำดับอักษรไว้

โชคดีเคยปะทะ (คารม) กับบรรณารักษ์มาหลายปี ก็เลยพอมีความรู้ติดศีรษะอยู่บ้างงง

แต่นักคอมพ์แก่ๆ อย่างผม เจอ WordPress technology … หงายท้องงงงง

ป้องกัน: ขยับก้นไม่ได้เลย

กันยายน 23, 2010

เรื่องนี้มีรหัสผ่านป้องกัน เพื่อจะดูเรื่องนี้คุณต้องใส่รหัสผ่านด้านล่าง:

ป้องกัน: เปิดซิง 3G sim ของ True

กันยายน 18, 2010

เรื่องนี้มีรหัสผ่านป้องกัน เพื่อจะดูเรื่องนี้คุณต้องใส่รหัสผ่านด้านล่าง:

ฺBridge BTS & AirportLink

สิงหาคม 31, 2010

สิงหาคม 2553 ทางเชื่อมเสร็จใช้ได้แล้ว

เส้นทางเชื่อมระหว่างสถานี Airport Link กับสถานี ฺBTS ที่พญาไท เปิดใช้งานแล้ว

ทางเชื่อมทำในลักษณะเดียวกับที่สถานี BTS สยามสแควร์ คือเป็นทางเดินผ่ากลางสถานี

แต่เนื่องจากอีกฝั่งหนึ่งยังไม่มีกะไดลง ก็เลยปิดไว้ครึ่งเดียว คนมาจาก Airport Link จะต้องเข้า BTS อย่างเดียว ไม่มีทางออกไปนอกสถานีได้ครับ

เปิดใช้ปั้ป ผู้คนก็หลั่งไหลกันมาใช้งานเลยครับ เพราะสะดวกในเส้นทางหัวหมาก บางกะปี

อูบันตู แพ้ วินโดวส์ (สำหรับผม)

สิงหาคม 31, 2010

Ubuntu lost to Windows (for me)

ชกกันไปชกกันมากับอูบันตูอยู่สองปี ผมต้องยอมแพ้ครับ หันกลับมาใช้ Windows XP ตามเดิม

ความเดิม

ผมซื้อ notebook ราคาแพงมาเมื่อปี 2547 (ราว 6 ปีมาแล้ว) เป็น IBM Thinkpad X40 ราคาหกหมื่นห้าพันบาท

เห็น spec แล้วน่าใช้มาก สมัยนั้นยังเฟื่อง มีตังค์ กลั้นใจซื้อได้ สมัยนี้ smart phone ราคาหมื่นเดียวยังจับแล้วจับอีก จับมาเป็นหกเดือนแล้ว ยังตัดใจซื้อไม่ได้เสียที (เฮ้อ) ตัว X40 นี้

  • เบา หนึ่งกิโลสามขีด (1.3 Kg)
  • จอ 12 นิ้ว คมชัดมาก 1024 x 768
  • full keyboard เป็น keyboard ที่ดีที่สุดในบรรดา notebook ขนาด/ราคา/ยี่ห้อ ใกล้เคียงกัน แต่เรียกได้ว่า unique ที่สุดในยุคนั้น จนต้องมีคนตั้งชื่อ notebook ประเภทนี้ว่า “ultra-portable” เลยครับ

หมดอายุ

หลังจากใช้มาได้สามสี่ปีก็ไปไม่ไหวครับ เพราะมี hard disk แค่ 20 GB แถมโดนเบียดไปเป็น recovery partition ของ IBM อีก 6 GB เหลือทำยาแค่ 14 GB ทำอะไรๆ ก็ไม่ถนัด เต็มแล้วเต็มอีก สมัยนั้นก็ยังไม่มี thumb ใหญ่ๆ ให้สำรองข้อมูลออกมา

สุดท้ายเลยต้อง format ใหม่ ลบ recovery partition ทิ้งไป แต่ก็ไปได้ไม่นาน มีปัญหาความไม่เสถียร ก็มาวันหนึ่งทนไม่ไหว จะลง XP ใหม่อีก ปรากฏว่าแผ่นเสียยยย ลงไปสองสามรอบไม่ยอม

ubuntu to the rescue

หลังจากเปิดสอนวิชาไส้ในของ FreeBSD (ลูกหลานของ UNIX เป็นลูกพี่ลูกน้องของ Linux) มาได้ปีก็เริ่มขยายผลออกไปยัง Linux โดยให้ลูกศิษย์เอา distribution ต่างๆ มาลง อย่าง Red Hat เอย Slackware เอย Debian เอย หรือจะเป็นขั้นสูงอย่าง Gentoo และแม้แต่ Solaris 386 รวมทั้ง Ubuntu ด้วย

ได้เห็นข่าวเกี่ยวกับ Ubuntu แล้ว ลองเอามาลงไว้ใน thumb drive แล้ว boot ขึ้นมาเล่น (OS ใน thumb ครับ มี 8 GB อยู่ตัวนึง วิ่งได้สบายๆ) พอมีปัญหากับแผ่น XP ลงใหม่ใน X40 ไม่ได้เลยหงุดหงิด คว้าเอา ubuntu 9.04 (เมย. 2009) มาลงไปบน X40 ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

นิ่มครับ ลงแล้วตกแต่งอีกนิดหน่อยก็โชว์ได้เลย ใช้สบายมาก ไม่มีปัญหาจุกจิก มีความสุขสุดๆ ถึงกับไป upgrade เครื่อง ซื้อ memory เพิ่ม (แพงเลือดหยด)

New Hard Disk

ใช้ไปได้สักพัก hard disk ก็พัง หาเปลี่ยนยากมาก แม้แต่ร้าน IBM/Lenovo ก็ยังไม่มีให้เปลี่ยน ต้องสั่ง ราคาแพง เพราะเป็น hard disk แบบพิเศษมากกกกก (อยากรู้ขอมา จะฝอยให้ฟัง) ให้ลูกศิษย์ไปควานหาจาก eBay 80GB มาเปลี่ยนให้ เสียเวลาเป็นเดือน

ตอนนั้นมันมาก เพราะมีเครื่องแต่ไม่มีฮาร์ดดิสก์ ก็ยรรยงซะอย่าง เลยเอา OS ใส่ thumb drive เสียบ usb ข้างหนึ่ง เอา thumb โตๆ ทำ data เสียบ usb อีกด้านหนึ่ง เป็น notebook หูกางไปเลย

สุดท้ายพอได้ hard disk ใหม่ก็เลยมุ่งมั่น ซื้อแบตเตอรี 8 cell ราคาสองพันห้ามาใส่แทนลูกเ่ก่าที่เสื่อม โห เล่นได้สี่ซ้าห้าชั่วโมงแน่ะ

สูงสุดคืนสู่สามัญ

ช่วงปลายปี 2552 ก็มี ubuntu 9.10 ออกมาเดือนตค. เป็นยุคที่รุ่งโรจน์ที่สุด ใช้ X40 8-cell ตะลุยไปทุกที่ ทดสอบ 3G ประชุม บรรยาย ทำโน่นทำนี่ แม้จะมีข้อติดขัดอยู่บ้าง เช่น font ไม่ได้ แต่ก็อาศัย Windows 7 ในเครื่อง desktop ถูไถแก้ขัดไปได้

ช่วงที่เฟื่องนั้นก็ประกาศศาสนาไปเรื่อยๆ ไปเข้าชมรม ubuntu club ของไทย เห็นเด็กๆ ยังไม่เรียน รด. เขาเล่นเป็นไฟก็อิจฉา ว่าตัวเองเกิดเร็วไป สมัยก่อนไม่ค่อยมีอะไรให้เล่นสนุกขนาดนี้ แพงๆ ทั้งนั้น

แต่เมื่อนานไปก็เริ่มออกอาการ ซึ่งจะสรุปให้ฟังรวบยอดตอนท้ายครับ

ที่ทำให้เกิดอาการสะดุดอย่างแรงคือ ubuntu 10.04 ที่ออกมาเดือนเมษายน 2553 นี้เอง ผมก็พยายามหลีกเลี่ยงเมื่อเขาบอกว่ามี beta alpha อะไรต่อมิอะไรให้ลองแล้ว พยายามอยู่ห่างๆ ไว้เพราะเราเป็น user ไม่ใช่ hacker เดี๋ยวเดี้ยงขึ้นมา งานการจะพังเอา

จนวันหนึ่งกะลังทำ patch ตามปกติ (สำหรับคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ อูบันตูก็มี “Windows Update” กะเขาเหมือนกัน ออก patch มาเป็นระยะ เกือบทุกวัน สัปดาห์นึงก็ไม่ต่ำว่า 20 MB) เจ้า update manager ก็แจ้งว่ามี upgrade ใหม่เข้ามาเป็น 10.04 นะ เอาไหม โห ไม่เอาก็โง่สิครับ เลยโง่เลย

upgrade ไปได้สักหน่อย (นานเหมือนกันกว่าจะ load อะไรต่อมิอะไรเข้ามาได้หมด) ก็ reboot กลับขึ้นมาจอดำปี๋ ไม่เห็นอะไรเลยครับ นึกในใจว่า “ซวยแล้ว อาตมา” เพราะจะต้องใช้เครื่องในอีกวันสองวันแล้ว

พยายามส่องไฟดู เพราะเคยเจอหนนึง ทุกอย่างดีเพียงแต่ backlight ที่เป็นไฟส่องจอจากทางด้านหลังมันไม่ติด เลยทำให้จอมืดมากแต่ส่องไฟแล้วจะเห็นได้ว่ามีสำแดงข้อความอยู่บนจอเป็นปกติ แต่คราวนี้ ไม่มีเลยยยยยยย จะทำอะไรก็ไม่มา switch console ฯลฯ มีแต่ต้องกด power แช่ไว้เพื่อ reset เท่านั้น

กลับมาปวดหัวเหมือนวินโดวส์ซะแล้ว

มีประสบการณ์ไปยืม Mac Book Pro มาเล่นอยู่สองสามวัน เพราะพรรคพวกคุยนักคุยหนาว่าดี ลูกสาวก็มี Mac Book ใช้ตัวนึง ปรากฏว่าเป็น OS รุ่นใหม่ จำไม่ได้แน่แล้ว ไม่ Tiger ก็ Leopard อะไรทำนองนี้แหละ ของ Apple จะเป็นตระกูลกินเนื้อ ส่วน Ubuntu จะเป็นประเภทกินผัก

ก็เอา Mac Book Pro มาเล่นๆ อยู่สักพัก ติดปัญหาภาษาไทย ก็เข้าไปดูในเว็บหาทางแก้ โอยอ่านแล้วจะเป็นลม นึกถึงว่าความรู้เรื่องการซ่อมวินโดวส์มาตั้งแต่ 3.0 3.1 95 98 xp vista 7 ก็รกสมองพออยู่แล้ว ถ้าต้องเพิ่ม OS เข้าไปอีกตัว สงสัยทั้งแก่ทั้งเหี่ยวแน่เลย

เลยแบก Mac Book Pro ตัวละเกือบแสน…ไปคืนเขา…ฮือๆ

Dual-boot 9.10/10.04 to the rescue

ปล้ำอยู่ทั้งคืนไม่ได้เรื่อง เลยนึกว่าเสร็จแล้ว คว้าเอา 9.10 ใน thumb กะจะลงใหม่ ถอยจาก 10.04 ปรากฏว่าเมื่อเริ่ม install มันฟ้องว่ามี 10.04 อยู่ในเครือง จะ ลงทับ หรือ ลงคู่ขนาน ดี?

ผมใช้เวลานานเกือบนาทีกว่าจะกด ลงคู่ขนาน ได้ เป็นการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่รองลงมาจากตอนแต่งเมียแน่ะเออ จะบอกให้

ผลคือผมลง 9.10 ไปอีก partition คู่ไปกับ 10.04 ที่มีปัญหา กลายเป็น dual boot แล้วก็ด้วยความสามารถอันยิ่งใหญ่ 555 (คือไปขุดความรู้จากเน็ตน่ะ) ก็เลย boot เป็น 9.10 แล้วเข้าไปแก้ config ใน partition ของ 10.04 แล้วก็ voila! ใช้การได้คร้าบบบ

ฟางเส้นสุดท้าย

แต่การใช้งานกระท่อนกระแท่นมาโดยตลอด ตัวดีคือ 10.04 เปลี่ยน kernel ให้ “ดีขึ้น” เลยไม่ compat กับเครื่องเก่าๆ อย่าง X40 ของผม แก้ซ่อมอย่างไรก็ไม่ได้เรื่อง เคยมีคนบ่นในเน็ต ทางเซียนเขาก็ตอบทำนองว่า ก็มันงานจิตอาสานี่ จะเอาอะไรกันนักหนา ผมเลยชักถอดใจ 10.04 มีปัญหากับการ์ดจอผมมาก เวลาขึ้นจอใหญ่ projector จะมีอาการกระตุกหากอะไรบนจอเปลี่ยนไป เหมือน synch ไม่อยู่ ขุดดูในเว็บก็ไม่เห็นมีทางออก ผมเลยต้องใช้ kernel version เก่าๆ boot ขึ้นมาเวลาจะบรรยายสอนในชั้น เวลาสอนทีไรก็จะมีให้ update kernel อยู่เรื่อยๆ น่ารำคาญ เคยลองตามใจหนนึงก็เดี้ยงเลย ใช้ไม่ได้ เลยต้อง boot ด้วยตัวเก่า

ผมพยายามหาตัวช่วย ใช้ wubi สำหรับลง ubuntu แฝงลงในระบบวินโดวส์หรือลงเป็น dual-boot ubuntu/windows แต่ก็วุ่นวายมาก (เขียนได้อีกเรื่องนึง)

bye bye ubuntu

สุดท้ายก็สุดทนครับ เลยต้องยอมแพ้ ลง Windows XP ทับ ubuntu บน X40 ผมไปเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 28 สค.ที่ผ่านมา ศิริรวมก็เกือบสองปีกับ ubuntu นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ไม่เลวทีเดียว ได้ความรู้มาเยอะเลย

ปรากฏว่าเมื่อลง XP แล้ว อะไรๆ ที่ติดขัดก็หลุดไปเกือบหมด ปัญหาที่พบนั้นเป็นจำเพาะกับเครื่อง IBM Thinkpad X40 ของผมเท่านั้น คนอื่นเป็นหรือเปล่า อันนี้บอกไม่ได้ชัดเจน บางเรื่องก็หาตัวช่วยไม่ได้เลย แต่อย่าไปเหมาว่าเป็นกันทั้งโลก เฉพาะผมเท่านั้น สรุปได้ประมาณว่า

  1. font มีปัญหา เมื่อใช้ openoffice บน windows จะได้อานิสงฆ์ font ของวินโดวส์มาด้วย ดังนั้นไม่มีปัญหา แต่พอมาบน ubuntu จะใช้ font อย่าง angsana พวกนั้นไม่ได้ มีคล้ายๆ เช่น norasi ก็พอทน เคยลอง copy font angsana มาใช้ดู ไม่สำเร็จครับ compatible เพียง 90% เท่านั้น ใช้งานจริงไม่ได้ ผมเลยยังต้องมี w7 เอาไว้สำหรับทำงานเอกสาร word excel
  2. chrome browser ตัวเด่นของ google นี่มีปัญหาภาษาไทยกับ linux แก้ไม่ได้ เท่าที่ขุดดูเป็นเพราะ font rendering engine ของ chrome นั้นทำเองเลย ไม่ได้ใช้ native engine ของตัว OS ดังนั้นต้องรอความปราณีจาก google (ต้องไปต่อคิวประเทศจีน 555) เวลาแสดงผลภาษาไทยจะมีอาการวางสระวรรณยุกต์ผิดตำแหน่ง อาการนี้ไม่เป็นสำหรับ chrome บนวินโดวส์
  3. video 9.10 ยังพอทน แม้จะมีปัญหาบ้าง เพราะเครื่องผมมันเก่า แต่พอเป็น 10.04 ก็ออกอาการหนัก เล่นไม่ค่อยออก ต้องวิ่งหาตัวช่วยอย่าง videolan vlc เป็นต้น
  4. skype เครื่องผมมันเก่า ก็เลยไม่ค่อยได้ลองพวกเสียง-ภาพ มี skype ที่ใช้ได้ แต่พอขึ้น 10.04 ก็ไม่ได้อีก มีปัญหาเรื่องเสียง ส่วนวีดีโอนั้นเหลือ frame ละ 5 second 555
  5. wireless modem (3G) ความที่ไปเสนอหน้าอยู่ตามงานต่างๆ เลยได้เจอขาใหญ่อย่างคุณหมวย ลากไปลากมาเลยได้ 3G sim มากำมือนึง พอดีได้ modem dongle ของลูกสาวคนใหญ่ ยี่ห้อ huawei เขาซื้อพ่วงมาพร้อม sim ของ AIS เลยหักคอมาลองใช้ดู ก็ใช้ของยืมเพื่อทดสอบ 3G อยู่สองสามเดือน (หาอ่านได้แถวๆ นี้แหละครับ) สนุกสนานพอสมควร ค่าย loxley โยน modem มาให้ตัวนึงยี่ห้อ dLink ก็เอามาลองเสียบ ไม่เห็น ไปขุดหาตัวช่วยก็ไม่เจอ และไม่คิดว่าเขาจะเสียเวลามาทำ driver สำหรับผม สุดท้ายทำไปทำมาเครื่องของภรรยาและลูกสาว (คนใหญ่) พังไปด้วย มองไม่เห็นโมเด็มของเขาเอง เราเลย feel guilty ยอมยงธงขาวไม่แตะเรื่อง wireless modem dongle อีกเลย เสียเวลามาก (แต่ตอนนี้ลง XP แล้วอาจจะใจกล้าลองดูใหม่ก็ได้)
  6. special app มี app พิเศษ ทำห้องประชุมเสมือนคือเป็น MCU (Multi-party Control Unit) สำหรับคุยเว็บแคมกันได้ทีละหลายคน (ใครสนใจก็ไปดู skype beta version 5.0 ได้ครับ ทำเหมือนกัน) app ตัวนี้เป็นของจุฬาฯ ซื้อมาแต่ไม่มีใครค่อยใช้ ผมก็เลยพยายามจะ promote เอามาใช้ในงานวิจัย ปรากฏว่า client ต้องการ IE+Windows ผมอุตส่าห์ไปหา wine มาลง ซึ่งเป็น windows emulator แปลงให้ app บนวินโดวส์สามารถวิ่งบน ubuntu ที่ใช้ Intel platform ได้ ก็ปล้ำจนวิ่ง IE บน ubuntu ได้แหละ แต่ก็วิ่ง app ตัวนี้ไม่ได้ TT เพราะมันยังโวยว่าจะเอาหน้าต่าง
  7. spider solitaire ไม่มีอ่ะ แต่ก็พอทนเพราะมี Majongg สุดยอดให้เล่นครับ

และอื่นๆ

A New Me

พอลง XP แล้ว เหมือนฟ้าหลังฝนครับ อะไรที่เคยติดขัดก็ใช้ได้ วิ่ง special app ที่ว่านั่นได้ video ok! รู้สึกเหมือนตายแล้วกลับมาเกิดใหม่ (ขออภัยอูบันตู) แม้แต่แบตเตอรีที่ทำท่าว่าจะเสื่อม ปีเดียวจาก 4 ชม.เหลือชม.เดียว แต่พอเอา xp ลงคืนไป ก็สามารถเอา driver และ utilities ของ IBM Thinkpad X40 (ที่ตอนนี้เป็นยี่ห้อ Lenovo ของจีนไปแล้ว) มาลงเพื่อทำอะไรต่อมิอะไรจิปาถะ ตอนนี้ก็กำลัง refresh ตัวแบตอยู่

ทำแบบนี้แล้วรู้สึกจิตใจแจ่มใสเพราะหาก hardware ไม่เบี้ยว ผมน่าจะใช้เครื่อง X40 ของผมนี้ไปได้อีกหลายปีทีเดียว แม้ว่าจะช้าอยู่มากแต่ในงานทั่วๆ ไปพื้นๆ แล้ว I Love My Keyboard ครับผม

อย่าลืมว่านี่เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ เพราะ

  • ความรู้จำกัด
  • อุปกรณ์จำกัด
  • งบประมาณจำกัด (ไม่มี iPhone ใช้ TT)
  • เวลาจำกัด

ดังนั้นใครฝีมือดีกว่าผม จะลองดูบ้างไม่ว่ากันครับ

หมายเหตุ ผมยังมี dual-boot W7+Ubuntu อยุ่ใน desktop ผมที่ห้องทำงาน แต่ไม่ค่อยจะได้ใช้แล้วครับ แค่แวะเข้าไป update patch สองสามวันหนเท่านั้น ใครอยากได้ไปเลี้ยงก็ติดต่อมาได้ครับ 555

ผลการทดสอบ 3G 365 12 วัน

กุมภาพันธ์ 14, 2010
365 TrueParagon to TRUE2

365 TrueParagon to TRUE2

หลังจากทดสอบซิมสามจีของ 365 ด้วย iPhone ของลูกสาว (คนโต) ไปที่ลานน้ำพุของพารากอนเมื่อวันที่ 30 มค.ไปแล้ว สองวันต่อมา (2 กพ.) ก็อดไม่ได้ต้องคว้าโน้ตบุ้คไปนั่งที่หน้าร้านทรูชั้น 3 ของพารากอนเพื่อทดสอบกับ air card Huawei คราวนี้ออกแรง hack config เล็กน้อย เพราะเครื่องผมเป็น ubuntu

ได้เรื่องครับ ได้ความเร็วดีมากด้วย เกิน 3 Mbps แต่ขาขึ้นไม่ดีเลย 0.06 Mbps

นั่งเล่นอยู่จนสองสามทุ่มก็กลับไปลองอีกที่บ้าน ตรงแถวสี่แยกพญาไท ตกกลางระหว่างสองเสาสามจีคือที่อนุสาวรีย์ชัยกับไปรษณีย์ราชเทวี เลยได้ความเร็วไม่มากนัก 1.29/0.32 Mbps แต่ขาขึ้นดีครับ

วันรุ่งขึ้น (3 กพ.) ช่วงเช้าไปประชุมที่ สกอ. (สำนักงานการอุดมศึกษา) ตรงข้างรร.สันติราษฎร์ ความเร็วโอเคครับ 2.39/0.32 แล้วเผ่นไปสัมนากินกลางวันที่รร.เซนทาราแกรนด์ที่ CTW ชั้น 22 ได้ความเร็ว 1.70/0.04

วันถัดมาพฤหัสที่ 4 กพ.ตอนเช้า ไปนั่งออกอากาศวิชา #iso ที่ชั้น 4 ตึก 3 วิศว จุฬาฯ ได้ 2.59/0.30 Mbps ดีทีเดียว

พอวันเสาร์เช้าที่ 6 กพ. นัดลูกศิษย์ป.โทในที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ไปนั่งคุยที่อาคารวรรณสรณ์ (ตึกอ.อุ๊ กวดวิชาเคมี) ที่หัวมุมสี่แยกพญาไท ได้มา 2.66/0.07 ตอนบ่ายไปฝอยตามใบสั่งคุณ @moui ที่ใต้ถุนศูนย์สิริกิติ์เรื่องประสบการณ์สามจี ให้กับ สบท. (สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม) ได้มา 3.16/0.05

วันจันทร์ที่ 8 ตอนบ่ายไปสอนที่ชั้น 2 ตึก 3 ปีกตรงข้างโรงอาหาร คณะวิศวจุฬาฯ (ที่ไฟเพิ่งไหม้ไปนั่นแหละครับ) ตรงนั้นปกติไม่มี wifi แต่มี 3G เลยได้มา 1.00/0.02 สัญญาณไม่ค่อยดีนัก เพราะเป็นจุฬาฯ น่ะนะ

พอมาวันพุธที่ 10 กพ.ตอนค่ำ ก็ได้รับเชิญไปงานรวมพลคนสามจีของ 365 ที่ Route66 ตรง RCA ได้มา 2.06/0.05 Mbps ตอนเริ่มงาน คนยังไม่เยอะ พอค่ำๆ สักสองทุ่มครึ่ง ลองดูอีกที เหลือขาลงราว 700 Kbps เท่านั้น วันนั้นเป็น VIP ไป ด้วยความเอื้อเฟื้อจากคุณสุรินทร์ CEO 365 เลยตอนนี้ทำไปทำมามีซิมสามจีมาลองเล่นตั้ง 4 อันแน่ะ แต่ยังไม่มีมือถือสามจีอ่ะ กะลังรอ htc android hero หล่นร่วงอยู่ 555

วันเสาร์ไปไหว้เจ้าวันตรุษช่วงเช้ามืดที่รามคำแหงตัดใหม่ (สุขาภิบาล 3 เก่า) ตอนเที่ยงทดสอบที่บ้านชานเมืองแถวนั้น รามฯ ซ.124 ได้สัญญาณแรงดีที่ 2.38/0.31 ดีใจมากๆ เพราะที่บ้านมีทั้งสายของทรูและ TOT noise บาน ต่อโมเด็มไม่ค่อยได้เรื่อง นี่เลยนั่งทำงานได้เป็นชั่วโมง สบายใจเด้อ เท่านั้นยังไม่พอ หลังจากกินกลางวันที่ ซ.4 หมู่บ้านสัมมากรแล้วก็เดินข้ามถนนไปกินไอติม ร้านลิตเติ้ลเสวย ม.สัมมากร ได้สัญญาณมาดีมาก 3.07/0.26 Mbps เข้าใจว่าคนแถวนั้นยังไม่รู้ว่ามีสามจีให้ใช้ 555

และวันนี้สุดท้าย บ่ายแก่ๆ มานั่งเทศกาลวาเลนไทน์อยู่ที่ร้านกาแฟวาวี #wawee มองจากสถานี BTS ซ.อารีย์เห็นร้านได้ นั่งสบายๆ วัน #lovefailcamp ได้มา 2.41/0.24 Mbps ครับ สบายใจดี

รายงานการทดสอบ #3G365 เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ มีโอกาสก็จะมาเล่าสู่กันฟังเพิ่มเติมอีก

ตอนนี้ดูแต่รายงานไปก่อน รูปกะลัง upload อยู่ มีปัญหากับ ff และ chrome น่าเบื่อจริงจัง


Follow

Get every new post delivered to your Inbox.